ทีม Luke Studio Bangkok ลงพื้นที่ถ่ายภาพที่อันจี๋ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2025 ภาพนี้แสดงมุมมองภายนอกของวิลล่าท่ามกลางภูเขา ระเบียง และสระว่ายน้ำในสวน
เวลาทำ งานบ้านหรูในไทย เรามักได้ยินเจ้าของบ้านพูดคล้ายกันอยู่บ่อยๆ ต่อให้บ้านทั้งหลังใช้หินอ่อนนำเข้าและเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดัง หรือดีไซน์ดูอลังการแค่ไหน แต่พอเข้าอยู่จริงกลับรู้สึกว่าบ้านไม่ได้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่คิด และบางครั้งก็ให้ฟีลเหมือน “โรงแรม” มากกว่า “บ้าน” ในช่วงแรกของการเสร็จสิ้นการส่งมอบบ้านหลายคนอาจชอบความรู้สึกแบบนั้น เพราะมันดูเรียบร้อย ดูแพง และให้ความรู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตในโรงแรมหรูทุกวัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายบ้านกลับเริ่มรู้สึกขาดความอบอุ่น ขาดความสบายใจ และไม่ให้ความรู้สึกของการเป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวจริง ๆ
ภาพหน้างานของวิลล่าส่วนตัวที่อันจี๋ ประเทศจีน แสดงด้านหน้าตัวอาคารฝั่งติดถนน ลานทางเข้าบ้าน และแนวทางรถเข้า
เพื่อดูให้ชัดว่าอะไรทำให้บ้านหรูดูสวย แต่กลับอยู่แล้วรู้สึกไม่สบาย ล่าสุดทีมของเราได้รับเกียรติไปเยี่ยมชมวิลล่าส่วนตัวที่เมืองอันจี ประเทศจีน เราเลยลองสังเกตและเปรียบเทียบแนวคิดของบ้านหรูในสองบริบท ทั้งเรื่องทางเข้าบ้าน การใช้วัสดุ ไปจนถึงสัดส่วนของพื้นที่ สิ่งที่น่าสนใจคือ หลายอย่างที่บ้านหรูในไทยนิยมทำเพื่อให้ดู “โอ่อ่า” กลับเป็นรายละเอียดเดียวกันที่ทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกไม่สบายใจเวลาใช้ชีวิตจริง
ด้านล่างนี้คือ4 จุดที่เราได้จากการลงพื้นที่ครั้งนั้น และคิดว่าสามารถนำมาปรับใช้กับบ้านหรูในกรุงเทพได้จริง เพื่อให้บ้านไม่ได้แค่สวยในรูป แต่รู้สึกดีเวลาอยู่ทุกวัน
1. การวางทางเข้าบ้าน: ลดการเปิดมุมมองลงเล็กน้อย เพื่อให้การกลับบ้านมีจังหวะเปลี่ยนผ่าน
บ้านเดี่ยวหลายหลังในไทยชอบความรู้สึกโอ่อ่าตั้งแต่ก้าวแรก เปิดประตูมาแล้วอยากเห็นโถงสูงๆ หรือมองทะลุไปถึงสระว่ายน้ำด้านนอกทันที แต่วิลล่าที่เราไปดูใน Anji กลับเลือกทำตรงกันข้าม พื้นที่ด้านหน้าถูกออกแบบให้กระชับและเงียบมากขึ้น มีเพียงโต๊ะไม้เก่าอายุกว่าร้อยปีวางอยู่หนึ่งตัว
ก่อนจะถึงห้องนั่งเล่น ต้องเดินผ่านทางเดินที่ค่อนข้างแคบ เลี้ยวหนึ่งจังหวะ แล้วภาพของพื้นที่ภายในกับวิวภูเขาด้านนอกจึงค่อยเปิดออก จากที่เราได้สัมผัสจริง วิธีคิดแบบนี้ส่งผลกับความรู้สึกของคนอยู่มากกว่าที่คิด เพราะเมื่อร่างกายต้องผ่าน “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ก่อนเข้าสู่พื้นที่เปิดโล่ง อารมณ์และความรู้สึกจะค่อยๆ ผ่อนลงตามธรรมชาติ
บางครั้งบ้านที่อยู่สบาย อาจไม่ได้เริ่มจากการเปิดทุกอย่างให้เห็นทันที แต่อยู่ที่การค่อย ๆ พาเราออกจากโลกข้างนอก แล้วกลับเข้าสู่ความรู้สึกของคำว่า “บ้าน”
ภาพหน้างานของวิลล่าส่วนตัวที่อันจี๋ ประเทศจีน บันทึกบรรยากาศลานด้านนอกทางเข้า โคมหิน และทางเดินที่ถูกบีบให้แคบลงอย่างตั้งใจ
ภาพหน้างานของวิลล่าส่วนตัวที่อันจี๋ ประเทศจีน แสดงสนามหญ้าในสวน สระน้ำขนาดเล็ก และชุดที่นั่งกลางแจ้ง
สิ่งที่เรานำกลับมาปรับใช้กับบ้านในกรุงเทพฯ คือ บ้านหรูในเมืองไม่จำเป็นต้องเปิดทุกอย่างให้โล่งตั้งแต่หน้าประตูเสมอไป บางครั้งการเพิ่มผนังหรือฉากกั้นที่โถงทางเข้า ให้คนเดินอ้อมเล็กน้อยก่อนเข้าสู่พื้นที่หลัก กลับทำให้การกลับบ้านมีจังหวะเปลี่ยนผ่านที่ชัดขึ้น และช่วยให้บ้านรู้สึกน่าอยู่กว่าเดิม
จากความวุ่นวายข้างนอก สู่บรรยากาศที่สงบขึ้นภายในบ้าน รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้อาจไม่ได้ทำให้บ้านดูอลังการขึ้นทันที แต่ทำให้บ้านรู้สึกน่าอยู่ และผ่อนคลายมากขึ้นในระยะยาว
2. การเลือกผิววัสดุ ระหว่างหินขัดเงากับพื้นผิวธรรมชาติที่ยังมีเท็กซ์เจอร์
ภาพหน้างานของวิลล่าส่วนตัวที่อันจี๋ ประเทศจีน บันทึกรายละเอียดวัสดุภายนอก เช่น โต๊ะหิน เก้าอี้โลหะ และพื้นกรวด
ภาพหน้างานของวิลล่าส่วนตัวที่อันจี๋ ประเทศจีน แสดงห้องนั่งเล่น ครัวแบบเปิด ช่องแสงด้านบน และผนังหินธรรมชาติภายในบ้าน
งานตกแต่งบ้านหรูในไทยมักชอบวัสดุที่ผิวเรียบมาก เงามาก และเก็บจนดูเนี้ยบทุกด้าน เพราะให้ภาพลักษณ์ที่ดูแพง ดูสะอาด และดูสมบูรณ์แบบ แต่ในครัวแบบเปิดของวิลล่าที่เราไปดูใน Anji จุดกลางห้องกลับเป็นไอส์แลนด์หินธรรมชาติก้อนใหญ่ที่ขนมาจากภูเขา โดยที่ผิวของหินไม่ได้ถูกขัดให้เรียบสนิท ขอบก็ไม่ได้เก็บให้เป๊ะทุกด้าน เมื่อรับแสงธรรมชาติจากช่องแสงด้านบนในช่วงบ่าย ผิวหินที่ยังดิบอยู่กลับดูมีมิติ และให้ความรู้สึกสงบอย่างแปลกประหลาดเมื่อเทียบกับหินอ่อนขัดเงาที่พบได้บ่อยในบ้านหรูกรุงเทพ ซึ่งหลายครั้งให้ความรู้สึกสะอาดและสะท้อนแสงมากเกินไป มากเกินไปจนทำให้บรรยากาศดูแข็งวัสดุที่ยังเก็บเท็กซ์เจอร์ตามธรรมชาติไว้แบบนี้กลับดูนิ่งกว่า ลึกกว่า และอยู่ได้นานโดยไม่รู้สึกเบื่อง่าย
หลังจากกลับมา เราเริ่มแนะนำเจ้าของบ้านหลายคนว่าบ้านไม่จำเป็นต้องเต็มไปด้วยผิวขัดเงาทั้งหมดเสมอไป บางครั้งการปล่อยให้วัสดุบางส่วนยังมี “ความไม่สมบูรณ์” อยู่บ้าง กลับทำให้บรรยากาศของบ้านดูผ่อนคลาย อบอุ่น และรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม
3. การวางสัดส่วนพื้นที่ในวิลล่า: ความสูงของฝ้า ไม่ได้ยิ่งสูงยิ่งดีเสมอไป
หนึ่งในจุดที่น่าสนใจที่สุดของการดูหน้างานครั้งนี้ คือวิธีจัดการกับพื้นที่ชั้นใต้ดินของบ้านหลังนี้
ภาพหน้างานของวิลล่าส่วนตัวที่อันจี๋ ประเทศจีน บันทึกเงาของต้นไม้เหนือช่องเปิดด้านบน และแสงธรรมชาติที่ส่องลงมาภายใน
โดยทั่วไป บ้านหรูหรือวิลล่าส่วนใหญ่มักพยายามทำชั้นใต้ดินให้สว่างที่สุด โปร่งที่สุด และเปิดมุมมองให้กว้างที่สุด เพื่อให้พื้นที่ดูไม่อึดอัด แต่บ้านหลังนี้กลับเลือกทำตรงกันข้ามทีมออกแบบตั้งใจกดคานเหนือหน้าต่างลงมาทำให้วิวกระจกเต็มบานที่ควรจะเปิดออกทั้งหมดเพื่อเปิดมุมมองภายนอก ถูกตัดให้เหลือเพียงมุมมองแนวยาว
ตอนที่เรานั่งดื่มชาตรงนั้น สิ่งที่รู้สึกได้ชัดมากคือ เพราะระดับฝ้าถูกกดให้ต่ำลง และมุมมองด้านนอกไม่ได้เปิดทั้งหมด พื้นที่นั้นกลับให้ความรู้สึกนิ่ง สงบ และเหมือนถูกโอบอย่างประหลาด นี่คือจุดที่บ้านหรูในไทยพลาดกันบ่อย เราคุ้นกับการทำทุกห้องให้สว่างที่สุด โปร่งที่สุด และเปิดกระจกให้สุดเสมอ แต่ถ้ามองจากการอยู่อาศัยจริง บ้านที่อยู่สบายมักต้องมีอย่างน้อยหนึ่งหรือสองมุมที่แสงนุ่มลง ฝ้าต่ำลง และสามารถตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกได้บ้างเพื่อให้เจ้าของบ้านมีพื้นที่ที่ได้พักจริง ๆ และตัดตัวเองจากโลกภายนอก
4. ขั้นตอนการลงงานจริง: ทำไมเฟอร์นิเจอร์กับงานบิวท์อินต้องถูกคิดไปพร้อมกันตั้งแต่แรก
ในห้องนั่งเล่นของวิลล่าหลังนี้ เก้าอี้ของ Hans J. Wegner และงานศิศิลปะบนผนังถูกวางไว้อย่างพอดีมาก ทั้งเรื่องสัดส่วน ระยะมอง ไปจนถึงมุมรับแสงของพื้นที่ สิ่งนี้ไม่ได้เกิดจากการที่บ้านเสร็จแล้วค่อยออกไปเลือกเฟอร์นิเจอร์ทีหลังแต่เป็นผลจากการที่ขนาดและตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ถูกคิดรวมไว้ตั้งแต่ช่วงร่างแบบแล้ว
ภาพหน้างานของวิลล่าส่วนตัวที่อันจี๋ ประเทศจีน แสดงผนังเตาผิงหิน เก้าอี้ของ Hans J. Wegner และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่น
ภาพหน้างานของวิลล่าส่วนตัวที่อันจี๋ ประเทศจีน บันทึกความสัมพันธ์ระหว่างโต๊ะยาวภายใน ผนังหิน และพื้นที่ใช้งานหลักของบ้าน
นี่คืออีกจุดที่เจ้าของบ้านในไทยพลาดกันบ่อย หลายคนรอให้บ้านสร้างเสร็จ ผังห้องนิ่ง แล้วค่อยถือแบบไปเลือกโซฟา สุดท้ายแม้จะซื้อของราคาสูง แต่พอเอามาวางจริงกลับเจอปัญหาขนาดไม่พอดี ระยะใช้งานอึดอัด หรือบางครั้งก็ชนกับช่องแอร์ ตำแหน่งปลั๊ก และงานบิวท์อินที่แก้ยากแล้ว แนวทางที่ Luke Studio ใช้แก้เรื่องนี้ คือปรับขั้นตอนการทำงานให้ละเอียดขึ้นตั้งแต่ต้น
- เราจะล็อกแผนเฟอร์นิเจอร์หลักก่อนสรุปผังและแบบไฟเสมอเพื่อให้ระยะใช้งาน งานระบบ และสัดส่วนของพื้นที่สัมพันธ์กันจริงตั้งแต่ในแบบ
- สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น งานบิวท์อินหรือชิ้นงานผลิตเฉพาะเราจะประสานกับโรงงานที่ Guangzhou และ Foshan ให้ผลิตชิ้นงานให้เสร็จก่อน แล้วค่อยส่งมาประกอบที่ไซต์ในไทย
เหตุผลของวิธีนี้ตรงไปตรงมามาก แทนที่จะไปไล่แก้ปัญหาหน้างานทีละจุดตอนอยู่หน้างาน เราเลือกคุมตัวแปรตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกไว้ พอดีกับระยะต่างๆที่ออกแบบไว้ทั้งตำแหน่งปลั๊ก งานบิวท์อิน หรือสัดส่วนของห้องโดยรวม ใช้งบกับรายละเอียดที่มีผลต่อการอยู่จริง มากกว่าจ่ายให้กับภาพลักษณ์อย่างเดียว
จากการลงพื้นที่ที่อันจี๋ เราเห็นชัดว่าคุณค่าของบ้านหรูไม่ได้อยู่ที่ราคาวัสดุเพียงอย่างเดียว บางครั้งรายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง ทางเข้าที่ตั้งใจบีบให้แคบลงเล็กน้อย หินที่ยังเก็บพื้นผิวธรรมชาติไว้ หรือการกดระดับฝ้าให้ต่ำลงในบางมุม กลับเป็นสิ่งที่ส่งผลกับ “ความรู้สึกของการอยู่อาศัย” มากกว่าสิ่งที่มองเห็นในภาพ เพราะสุดท้ายแล้ว บ้านที่อยู่สบายจริง ไม่ได้เกิดจากการใส่ทุกอย่างให้ดูแพงที่สุด แต่เกิดจากการรู้ว่าอะไรควรถูกเน้น และอะไรควรถูกลดลง เพื่อให้คนในบ้านรู้สึกผ่อนคลายเวลาใช้ชีวิตอยู่ข้างใน
สิ่งที่เราพยายามทำในตลาดไทย คือทำให้รายละเอียดแบบนี้เกิดขึ้นได้จริง ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ งานบิวท์อิน งานตกแต่ง ไปจนถึงการติดตั้งหน้างานเพื่อให้บ้านที่ออกมาสวย และอยู่ได้ดีจริงในระยะยาว
วางแผนบ้านหรูของคุณอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่แบบ วัสดุ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์
สิ่งที่เราทำจึงไม่ใช่แค่ภาพ 3D ที่ดูดี แต่คือการทำให้ทุกดีเทลของแบบ และทุกชิ้นของเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกไว้ ลงหน้างานได้จริงอย่างแม่นยำ ตั้งแต่งานบิวท์อิน งานระบบ ไปจนถึงบรรยากาศของพื้นที่เมื่อใช้งานจริง หากคุณกำลังวางแผนสร้างบ้าน และอยากให้บ้านที่ออกมา “สวยและอยู่สบายจริง” สามารถพูดคุยกับทีมของเราได้โดยตรง