เทรนด์การนำอาคารเก่าหรือบ้านเก่ามาปรับเป็นร้านอาหารยังคงเป็นที่นิยมเป็นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพ แต่ร้านที่อยู่บนชั้น 2 มักจะเสียเปรียบเรื่องทางขึ้นที่ไม่ดึงดูด การมองเห็นที่น้อยกว่า การจัดทางเดินของร้านที่ซับซ้อนกว่าชั้นล่าง และความสะดวกในการใช้งาน
กรณีของ Starbucks 1960 ในกรุงโซลเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะร้านนี้สามารถเปลี่ยนข้อจำกัดของทำเลชั้น 2 ในตลาดเก่าให้กลายเป็นจุดเด่นของพื้นที่ได้จริง ทีม Luke Chen Bangkok ลงพื้นที่ดูทั้งการวางงบประมาณและการจัดทางเดินของร้าน เพื่อถอดวิธีคิดว่าเขาเปลี่ยนจุดเสียเปรียบของทำเล ให้กลายเป็นดีไซน์ที่คนยอมเดินขึ้นไปได้อย่างไร
29 มีนาคม 2026 ทางเข้า Starbucks 1960 ในตลาด Gyeongdong กรุงโซล ซ่อนอยู่ท่ามกลางร้านขายของแห้งในตลาด โดยใช้ความต่างระหว่างบรรยากาศตลาดเดิมกับพื้นที่สมัยใหม่เป็นตัวดึงคน
ถอดชื่อแบรนด์ออกก่อน แล้วค่อยมองวิธีคิด
ช่วงต้นปี 2026 ทีม Luke Chen Bangkok ของเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม Starbucks 1960 ที่ตลาด Gyeongdong ในกรุงโซล ซึ่งเป็นร้านที่ถูกพูดถึงมาก ในช่วงที่ผ่านมา พูดกันตรงๆ ความรู้สึกแรกของเราหน้างานไม่ใช่การชื่นชมดีไซน์ แต่คือ “ก็แน่อยู่แล้ว นี่มัน Starbucks”
ต้องยอมรับว่า พลังของแบรนด์มีส่วนสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ถ้าทำเลชั้น 2 เดียวกันนี้เป็นร้านกาแฟอิสระที่คนยังไม่รู้จัก ต่อให้ดีไซน์เหมือนกันทุกอย่าง จำนวนคนที่ยอมเดินขึ้นไปย่อมลดลงอย่างชัดเจน
แต่เมื่อถอดชื่อแบรนด์ออกไป แล้วมองเฉพาะการแก้โจทย์พื้นที่ ต้องยอมรับว่านี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากสำหรับเจ้าของร้านอาหารใน Bangkok ชื่อแบรนด์เองก็คือแรงส่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ถ้าถอดคำว่า “Starbucks” ออกไปก่อน แล้วมองเฉพาะวิธีที่ร้านนี้จัดการกับทำเลที่หลายคนมองว่าเสียเปรียบ ก็ต้องบอกว่าเป็นรูปแบบที่น่าดึงดูดมากเลยทีเดียว และเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ สำหรับเจ้าของร้านอาหารอิสระในกรุงเทพฯ ที่น่าศึกษามาก
ด้านล่างของร้านคือบรรยากาศตลาดเก่า มีรถเข็น มีความชื้น มีทางเดินแคบ และทางเข้าก็แทบไม่สะดุดตา สิ่งที่ทีมออกแบบทำได้ฉลาดมาก คือพวกเขาไม่ได้พยายามทำป้ายหน้าร้านชั้นล่างให้ดูโด่ดเด่นเกินไปเพื่อแย่งสายตาคนที่เดินผ่าน แต่เลือกใช้ “ความต่างของบรรยากาศ” ให้ทำงานแทน
เมื่อเดินขึ้นไปข้างบน เขาเก็บงานตั้งแต่ขั้นบันไดและโครงหลังคาของโรงหนังเก่าเอาไว้ แล้วเปลี่ยนเวทีเดิมให้กลายเป็นบาร์ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ บรรยากาศเปลี่ยนทันที ข้างล่างยังเป็นตลาดที่คึกคักวุ่นวาย แต่พอเดินขึ้นมา กลับเหมือนเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง
ร้านบนชั้น 2 ยังคงเก็บโครงบันไดของโรงหนังเก่าจากยุค 1960 ไว้ และเปลี่ยนพื้นที่เดิมให้กลายเป็นจุดเด่นของร้าน วิธีนี้ช่วยเลี่ยงงานรื้อโครงสร้าง และแก้ข้อเสียของร้านชั้น 2 ด้วยเสน่ห์ของพื้นที่แทน
รีโนเวตอาคารเก่าไม่จำเป็นต้องรื้อหมด
การเก็บโครงสร้างบางส่วนไว้ ก็สามารถทำร้านอาหารให้มีเอกลักษณ์ได้ สำหรับเจ้าของธุรกิจในกรุงเทพฯ หลายคนที่อยากนำตึกแถวเก่าหรือบ้านเก่ามาปรับเป็นร้านอาหาร เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนที่ดีมาก เราทำงานรีโนเวตร้านอาหารจากอาคารเก่ามาหลายโปรเจกต์ในกรุงเทพฯ และสิ่งที่เจอบ่อยที่สุดคือ เจ้าของร้านเริ่มต้นด้วยคำว่า “รื้อใหม่ทั้งหมด” แต่พอเริ่มรื้อจริง ก็มักพบว่า
- ผนังบางส่วนเป็นโครงสร้างหลัก จึงไม่สามารถรื้อหรือขยับได้
- ระบบท่อเดิมเสื่อมสภาพ จนต้องรื้อและเดินระบบใหม่
- พอเข้าหน้าฝน งานกันชื้นและกันซึมกลับกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่
สุดท้ายงบประมาณจำนวนมากจึงไหลไปอยู่กับงานพื้นฐานที่มองไม่เห็น ขณะที่ส่วนที่ลูกค้ามองเห็นจริงเช่น บรรยากาศ พื้นที่ใช้งาน และภาพลักษณ์ของร้าน กลับเหลืองบไม่เพียงพอที่จะทำได้เต็มศักยภาพ
ร้านเลือกเก็บโครงเสาและคานเดิมไว้ แล้วโยกงบไปลงกับงานกันซึม ระบบไฟ ระบบประปา และระบบระบายควัน ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการใช้งานระยะยาว
ดีไซน์ร้านอาหารที่ดี คือการรู้ว่าอะไรควรให้ความสำคัญ และอะไรไม่จำเป็นต้องฝืนทำ
เหมือนกับ Starbucks 1960 ที่เลือกเก็บร่องรอยเดิมของอาคารไว้ เพื่อปรับโครงสร้างเหล่านั้นให้กลายเป็นบรรยากาศที่มีคุณค่าและมีเรื่องราวเฉพาะตัว
เวลาที่ Luke Chen Bangkok ทำโปรเจกต์รีโนเวตร้านเก่าในไทย สิ่งที่เราคุยกับเจ้าของร้านอยู่เสมอคือ แทนที่จะใช้เงินก้อนใหญ่ไปกับการดึงอาคารเก่าให้ดูใหม่หมดแบบร้านที่สวยแค่ในรูปถ่าย สู้เก็บงบไว้ให้กับสิ่งที่มีผลต่อประสบการณ์จริงของลูกค้าจะคุ้มกว่า ตัวอย่างคำถามที่ควรถามตั้งแต่ต้นมีเช่น
- ทางเดินในร้านทำให้พนักงานทำงานได้คล่องตัวหรือไม่
- ตำแหน่งแอร์อยู่ตรงศีรษะลูกค้าหรือเปล่า หรืออากาศในร้านหมุนเวียนเพียงพอทั่วทุกพื้นที่ไหม
- ระบบท่อเดิมและงานกันซึมของอาคารเก่าจัดการเรียบร้อยจริงหรือยัง
- ป้ายต่างๆ และแสงไฟในร้านเพียงพอหรือไม่ หรือรบกวนการนั่งทานอาหารของลูกค้ามากเกินไปไหม
หัวใจของการออกแบบร้านอาหาร คือทำให้พื้นที่สามารถรองรับสินค้า บริการ และการใช้งานได้จริง
หลังจากได้ไปดูงานการออกแบบร้าน Starbucks 1960 สิ่งที่น่าเรียนรู้ที่สุด มีอยู่ 3 วิธีคิดที่สามารถปรับใช้ได้จริง
1. ใช้ความต่างของบรรยากาศ เพื่อลดความรู้สึกเหนื่อยจากการเดินขึ้นบันได
- ข้างล่างอาจเป็นถนนหรือพื้นที่ที่เสียงดัง แต่พอเปิดประตูขึ้นมาชั้น 2 ลูกค้าควรสัมผัสได้ทันทีถึงความเย็นสบาย แสงนุ่มลง และความเงียบสงบที่เปลี่ยนไป
- ไม่จำเป็นต้องทุ่มค่าเช่าหน้าร้านชั้น 1 เสมอไป ถ้าคุณออกแบบจังหวะของประสบการณตั้งแต่ทางขึ้นร้านได้ดี ลูกค้าก็จะรู้สึกว่าการเดินขึ้นมานั้นคุ้มค่า
2. รีโนเวตอาคารเก่า อย่าเพิ่งรีบรื้อทั้งหมด
- ถ้าคาน เสา ผนังอิฐ หรือพื้นเดิมยังอยู่ในสภาพดี ก็ควรเก็บไว้ก่อน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน นำงบประมาณไปลงกับสิ่งที่มีผลต่อการเปิดร้านจริง เช่น เดินระบบไฟ-ประปาใหม่ งานกันซึมดาดฟ้า ระบบดูดควันในครัว และระบบแอร์
3. ดีไซน์ที่ดี คือทำให้ลูกค้านั่งสบาย และทีมงานทำงานคล่องตัว
- ผนังถ่ายรูปสวยอาจช่วยเรียกลูกค้ามาได้ครั้งเดียว แต่สิ่งที่ทำให้เขากลับมาอีก คือรายละเอียดที่ใช้งานได้จริง เช่น แสงที่ช่วยให้อาหารน่ากินมากขึ้นหรือแสงที่ทำให้ลูกค้าสามารถนั่งในร้านได้นานมากขึ้น โต๊ะและเก้าอี้นั่งนานแล้วเมื่อย ทางเดินกว้างเพียงพอให้พนักงานเดินสวนกันได้อย่างปลอดภัยไหม เงื่อนไขเหล่านี้ต่างหาก ที่เป็นตัวกำหนดอายุของร้านในระยะยาว
ธุรกิจร้านอาหารเป็นงานที่หนักอยู่แล้ว และในตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างBangkok สุดท้ายแล้ว “สินค้า” และ “การบริการ” ก็ยังคงเป็นแกนหลักเสมอ
หน้าที่ของงานออกแบบ ไม่ใช่การเสกให้คนที่เดินผ่านต้องเลี้ยวเข้าร้านทันที แต่คือการทำให้สินค้าที่ดีและบริการที่ดีของคุณ สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพภายในพื้นที่นั้น ลดการรื้อแก้ที่ไม่จำเป็น แล้วนำงบประมาณไปลงทุนกับจุดที่ส่งผลจริงต่อประสบการณ์ใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าเดินขึ้นมาถึงชั้น 2 นั่งลงแล้วรู้สึกว่า “การเดินขึ้นมาครั้งนี้ มีเหตุผล และคุ้มค่าพอ”นี่แหละคือคุณค่าจริงของพื้นที่ร้าน และเป็นหัวใจของงานออกแบบที่ดี
แก่นของงานออกแบบคือทำให้ลูกค้านั่งสบาย และทีมงานทำงานได้ลื่น ผ่านการวางแสง สัดส่วนโต๊ะเก้าอี้ และทางเสิร์ฟที่เหมาะสม เพื่อให้พื้นที่รองรับสินค้าและบริการได้จริง
ให้ดีไซน์ร้านเดินไปพร้อมกับสินค้าและจังหวะการทำงานของคุณ
เราไม่ได้ดูแค่ความสวยงามของแบบ แต่ลงลึกตั้งแต่การประเมินโครงสร้างอาคารเก่า งานระบบครัว ไฟฟ้า ประปา ระบบระบายควัน การคำนวณสัดส่วนพื้นที่ต่อจำนวนที่นั่ง รวมถึงFlow การบริการ ตลอดจนการประสานข้อกำหนดด้านอัคคีภัย และงานอนุมัติตกแต่งที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นร้านชั้น 2 ในอาคารเก่า หรือร้านอาหารในซอย เราช่วยให้คุณใช้งบประมาณกับงานพื้นฐานที่มีผลต่อการเปิดร้านจริง เพื่อให้แบบก่อสร้างทำได้จริง ควบคุมงบได้ และส่งมอบงานได้ตามแผน
สแกนเพื่อปรึกษากับทีมงาน